ufabetwin สุดสัปดาห์นี้ จะมีเกมบิ๊กแมทช์ของพรีเมียร์ลีก ระหว่างเชลซี ทีมอันดับ 3 จะเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของแมนฯ ซิตี้ จ่าฝูงไร้พ่ายของลีก ซึ่งทางโฟร์โฟร์ทู จะมาพรีวิวเกมคู่นี้ ก่อนที่จะลงสนามดวลกันในเวลา 00.30 น. คืนนี้

ufabetwin


เชลซีออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม เดี๋ยวการไม่แพ้ใครเลยตลอด 12 เกมแรกในลีกฤดูกาลนี้ แต่ 3 เกมหลังสุด พวกเขาแพ้ไปถึง 2 เกมด้วยกัน (แพ้สเปอร์ส 1-3 และแพ้วูล์ฟสฯ 1-2)

โดยเฉพาะในเกมแพ้วูล์ฟสฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จะทำให้เราเห็นว่า เชลซีเองก็มีปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องของสมาธิในเกมรับ ที่พวกเขาเสีย 2 ประตู ในช่วงเวลา 4 นาที จนทำให้ทีมต้องพลาดการเก็บคะแนนที่โมลินิกซ์ กราวน์ด ไป

และในคืนนี้ เชลซีจะต้องมาพบกับโปรแกรมที่ยากที่สุดในลีกเกมหนึ่ง เมื่อพวกเขาต้องพบกับแชมป์เก่าอย่างแมนฯ ซิตี้ ที่ยังไม่แพ้ใครเลยในฤดูกาลนี้ พร้อมกับรั้งจ่าฝูงของลีก ด้วยการคว้าชัยถึง 13 จาก 15 เกมลีก ที่สำคัญคือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เคยพาลูกทีมแพ้ทัพเรือใบสีฟ้ามาแล้ว ในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่เตะกันก่อนจะเปิดฤดูกาล (แพ้ 0-2) ซึ่งทางแมนฯ ซิตี้ ก็กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงมาก พวกเขาคว้าชัยชนะมา 7 นัดรวดในลีก และมีค่าเฉลี่ยการยิงประตูในลีกอยู่ที่ 3 ประตูต่อเกม

ฉะนั้นแล้ว เกมนี้จึงน่าจะเป็นเกมที่หินที่สุดของเชลซีแน่นอน เมื่อพวกเขาอยู่ในช่วงที่ฟอร์มไม่ดีนัก แต่ต้องมาเปิดบ้านพบกับทีมที่ร้อนแรงที่สุดของลีกในตอนนี้ มาดูกันว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ จะหยุดลูกทีมของกวาร์ดิโอล่าได้อย่างไร และเขาจะสามารถพาเชลซีรอดพ้นจากการแพ้ 2 นัดติดได้หรือไม่ เราจะมาวิเคราะห์กัน พร้อมกับพูดถึงประเด็นสำคัญที่น่าจะมีผลต่อเกมนี้


แมนฯ ซิตี้ จะไร้พ่ายในลีกได้หรือไม่?

แม้ทัพเรือใบสีฟ้าจะยังไม่พลาดท่าให้ใครเลยในลีก แต่ก็ใช้ว่าพวกเขาจะไม่มีจุดอ่อน เพราะในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กับลียงทั้งสองนัด ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่ได้ไร้เทียมทาน

แต่ตลอด 15 เกมในลีกที่ผ่านมาของแมนฯ ซิตี้ พวกเขายังเหลือทีมที่ไม่ได้เจอด้วยแค่ 4 ทีมเท่านั้น (เชลซี, เลสเตอร์, คริสตัล พาเลซ และเอฟเวอร์ตัน) ซึ่งก็เหลือแค่เพียงเชลซีทีมเดียวที่ถือเป็นทีมท็อป 6 ทีมเดียว ที่พวกเขายังไม่ได้แข่งขันด้วย และในเกมกับทีมท็อป 6 พวกเขาก็คว้าชัยชนะได้เกือบทุกเกม เว้นแต่เพียงเกมกับลิเวอร์พูล ซึ่งพวกเขาก็ทำผลงานได้ดีกว่า และควรจะบุกไปเก็บ 3 แต้มได้ถึงแอนฟิลด์ หากริยาด มาห์เรซ ไม่พลาดจุดโทษไป โดยในตอนนี้ ทัพเรือใบสีฟ้าเก็บไปแล้ว 41 คะแนน ยิงได้ 45 ประตู และเพิ่งเสียประตูไปเพียง 7 ลูกเท่านั้น

ส่วนฤดูกาลที่แล้ว แมนฯ ซิตี้ ก็แพ้ในลีกแค่เพียง 2 เกมเท่านั้น นั่นคือการแพ้ต่อแมนฯ ยูไนเต็ด คาบ้าน 2-3 และบุกไปพ่ายลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ 3-4 อย่างไรก็ตาม เป๊ป กวารืดิโอล่า ก็น่าจะได้เรียนรู้ถึงข้อบกพร่องของตัวเองมากขึ้น และลึกๆ เขาก็คงหวังว่า ทีมจะสร้างประวัติศาสตร์ไร้พ่ายในพรีเมียร์ลีกเป็นทีมที่ 2 ต่อจากอาร์เซนอลได้สำเร็จ


เกิดอะไรขึ้นกับเชลซีในตอนนี้?

เชลซีออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ ภายใต้กุนซือคนใหม่อย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้อย่างสวยหรู พวกเขาคว้าชัย 8 จาก 12 เกมแรก แต่ 3 เกมล่าสุด พวกเขาก็พลาดท่าไปถึง 2 นัดและมาในคืนนี้ อดีตกุนซือนาโปลีก็ต้องพาลูกทีมมาเจอบททดสอบที่หินที่สุด ในช่วงที่แท็คติกการทำทีมของตัวเองเริ่มมีจุดอ่อนให้เห็น อย่างไรก็ตาม ปัญหาของเชลซีไม่ได้เกิดจากแท็คติกของกุนซือจอมสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียว

ดูเหมือนซาร์รี่จะมองว่า ลูกทีมของเขาจะมีปัญหาทางด้านจิตใจอยู่เหมือนกัน โดยเขาออกมาพูดเรื่องนี้หลังจบเกมที่บุกไปพ่ายวูล์ฟสฯ 2-1 ว่า “ผมคิดว่าเราเล่นดีมากอยู่ 55 นาที แต่หลังจากที่เราได้ประตูแรก มันก็เหมือนกับเกิดอุบัติเหตุกับทีมเรา ufabetwin เพราะตอนนั้นเราคุมเกมได้หมด แต่เราก็กลายมาเป็นอีกทีมหนึ่งหลังจากนั้น ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมกังวลกับเรื่องนี้มาก ไม่ใช่เรื่องของผลการแข่งขันนะ แต่เป็นเพราะปฏิกิริยาหลังเราได้ประตูแรกต่างหาก เราสูญเสียทุกอย่างหลังได้ประตู ไม่ว่าจะเป็นการเล่นฟุตบอลของเรา หรือผลการแข่งขัน ผมไม่คิดว่ามันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง 11 ตัวจริงหรอก มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจ เราแพ้การแข่งขันได้ แต่ไม่ใช้แพ้แบบไม่มีการตอบสนองอะไรเลยแบบนี้”

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

ทางฝั่งเชลซี ผู้รักษาประตูของเขาก็คงเป็นเคปา อาร์ริซาบาลาก้า เหมือนเดิม ส่วนแผงหลัง ซาร์รี่น่าจะเลือกใช้งานดาวิด ลุยซ์ ที่ได้พักในเกมกับวูล์ฟสฯ แทนที่ของคริสเตนเซ่น ซึ่งทำผลงานได้ไม่ดีนักอีกครั้ง ส่วนกองหลังอีก 3 คน ก็น่าจะเป็นอลอนโซ่, รูดิเกอร์ และอัซปิลิกวยต้าตามเดิม

ส่วนแผงกลาง เชลซีน่าจะใช้จอร์จินโญ่ กับก็องเต้ เป็นตัวยืนเหมือนเดิม ส่วนอีกคนในแผงกลาง เรามองว่าเชลซีน่าจะใช้โควาซิชลงสนาม แม้ทางลอฟตัส-ชีค จะทำผลงานได้ดีในเกมกับวูล์ฟสฯ ก็ตาม

ส่วนแดนหน้า เชลซีน่าจะใช้เอเดน อาซาร์ ขนาบข้างกับเปโดร ที่น่าจะได้โอกาสลงในเกมนี้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่เล่นบอลจังหวะเดียว และออกบอลง่ายกว่าวิลเลี่ยน ส่วนกองหน้าตัวเป้าในวันนี้ ก็อาจจะเป็นโอกาสของโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ได้รับโอกาสล่าตาข่ายแทนโมราต้าบ้าง เพราะดาวยิงทีมชาติสเปนดูขาดความมั่นใจในการเล่นพอสมควร

เชลซี (4-3-3) : เคปา – อัซปิลิกวยต้า, ดาวิด ลุยซ์, รูดิเกอร์, อลอนโซ่ – ก็องเต้, จอร์จินโญ่, โควาซิช – เปโดร, ชิรูด์, อาซาร์

ส่วนแมนฯ ซิตี้ ผู้รักษาประตูยังน่าจะเป็นเอแดร์สันเหมือนเคย ส่วนเซนเตอร์แบ็ค วันนี้น่าจะเป็นการจับคู่กันระหว่างลาปอร์ตที่ได้พักไปในนัดที่แล้ว กับสโตนส์ ทางด้านแบ็คซ้าย น่าจะเป็นเดลฟ์ที่ได้ลงสนามต่อไป หลังจากเมนดี้เจ็บ UFABET และแบ็คขวาน่าจะเป็นวอล์คเกอร์ที่ได้ลงต่อไป

ด้านแผงมิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ ยังน่าจะใช้ 3 ประสานอย่าง แฟร์นานดินโญ่, ดาบิด ซิลบา และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ต่อไป ส่วน 3 กองหน้า มาห์เรซ กับสเตอร์ลิ่ง น่าจะได้โอกาสลงทำเกมริมเส้น โดยใช้กาเบรียล เฆซุส ลงยืนเป็นตัวจริง แทนที่ของอเกวโร่ ที่กวาร์ดิโอล่าเพิ่งจะออกมาบอกว่าไม่พร้อมลงสนามให้ทีม

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์สัน – วอล์คเกอร์, สโตนส์, ลาปอร์ต, เดลฟ์ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, แฟร์นานดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – มาห์เรซ, กาเบรียล เฆซุส, สเตอร์ลิง


สถิติที่น่าสนใจ

  •  
  • ตลอด 160 เกม ที่ทั้งคู่เจอกัน ปรากฏว่า เชลซีชนะ 66 เกม เสมอ 39 เกม แมนฯ ซิตี้ ชนะ 55 เกม
  • 3 เกมหลังสุดที่เจอกัน แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายเกมชัยได้ทั้งหมด และเชลซีไม่สามารถทำประตูได้เลยตลอด 3 เกมดังกล่าว
  • เมาริซิโอ ซาร์รี่ เคยคุมทีมเจอกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าทั้ง 3 ครั้ง ปรากฏว่า กุนซือชาวอิตาเลี่ยนแพ้รวดทั้ง 3 เกม

ขับเคลื่อนโดยUFABET