แม่ทัพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ufabetwin เหลืออีกไม่กี่วัน ฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ก็จะเปิดฉากขึ้นแล้ว ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย วางเป้าหมายเข้าสู่รอบสองให้ได้เป็นอย่างน้อย ก่อนที่จะถึงวันแข่งขัน โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย มีข้อมูลกุนซือของ 4 ชาติในกลุ่มเอ มาฝากว่าแต่ละคนมีดีอย่างไรบ้าง ?


โปรไฟล์ :

อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่

เริ่มต้นกันที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมเจ้าภาพและเต็งหนึ่งของกลุ่มเอ มีแม่ทัพในการทำศึกเอเชียนคัพหนนี้ก็คือ อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ กุนซือชาวอิตาลีวัย 65 ปี ที่ไม่ได้เป็นนักเตะชื่อดัง เรียกได้ว่าแทบไม่ได้เล่นฟุตบอลอาชีพเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะเริ่มต้นงานโค้ชในปี 1985 ในขณะที่เจ้าตัวอายุได้ 30 ปี

ผลงานสร้างชื่อก็คือการคุมทีม อูดิเนเซ่ ทีมที่อยู่ในโซนล่างของกัลโช่ เซเรียอา ขยับมาเป็นทีมกลุ่มหัวตาราง ก่อนที่จะถูก เอซี มิลาน ดึงตัวไปร่วมทัพพร้อมกับสร้างผลงานพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดแดนมักกะโรนี ในปี 1998-1999 นั้นก็ทำให้ ซัคเคโรนี่ เฉิดฉายในวงการลูกหนังอิตาลีนานนับ 10 ปี ทั้งการคุม เอซี มิลาน, ลาซิโอ, อินเตอร์ มิลาน, โตริโน และ ยูเวนตุส

ก่อนจะโยกย้ายมาทำงานในเอเชีย ด้วยการคุมทีมชาติญี่ปุ่น ในปี 2010-2014 พร้อมกับสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยการพาทัพนักเตะซามูไร คว้าแชมป์​เอเชียนคัพ 2011 และก่อนที่จะมารับงานคุมทีมชาติหรัฐอาหรับเอมิเรตส์​ ก็คุมทีม ปักกิ่ง กั๋วอัน ทีมดังในฟุตบอลไซนีส ซุปเปอร์ลีก

มิโลวาน ราเยวัช

มากันที่นายใหญ่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย อย่า มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย วัย 64 ปี ที่สมัยเป็นนักเตะก็ค้าแข้งในลีกยูโกสลาเวีย ก่อนจะผันตัวมารับงานผู้ฝึกสอนในปี 1989 ที่เจ้าตัวอายุ 35 ปี ด้วยการคุมทีมในลีกเซอร์เบีย ทั้ง โบรัค คาคัด, สโลโบด้า อูซิเซ่, วอยวอดีนา และ เร้ด สตาร์ เบลเกรด

ก่อนจะมาสร้างชื่อด้วยการพาทีมชาติ กาน่า เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 2010 พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์พาทีมทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย นั้นก็ทำให้ มิโลวาน ราเยวัช มีโปรไฟล์ที่ดี หลังจากนั้นก็ผ่านงานคุม อัล อาห์ลี, ทีมชาติกาตาร์ ก่อนที่จะหยุดพักงานโค้ชเพื่อไปทำหน้าที่วิทยากรให้กับสมาคมฟุตบอลประเทศเซอร์เบีย กระทั่งมารับงานโค้ชอีกครั้งในปี 2016 ด้วยการคุมทีมชาติแอลจีเรีย ก่อนจะมาคุมทีมชาติไทยในปี 2017 จนถึงปัจจุบัน

ufabetwin

 

มิโรสลัฟ โซวกุป

ต่อกันที่ มิโรสลัฟ โซวกุป กุนซือชาวเซ็กของทีมชาติบาห์เรนที่แม้ว่าโปรไฟล์อาจจะไม่สวยหรูเหมือน 2 กุนซือก่อนหน้านี้ แต่ถือว่าเป็นกุนซือที่ได้รับการยอมรับอีกคนหนึ่งในวงการฟุตบอลสาธารณรัฐเช็ก โดยสมัยเป็นนักเตะก็เล่นในตำแหน่งกองกลางแต่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก กระทั่งเริ่มงานโค้ชในปี 1995 ด้วยการคุมทีมเยาวชนให้กับสโมสรปานซ่า พราซาตีฟ ที่เจ้าตัวก็คลุกคลีวงการลูกหนังเยาวชนของประเทศนานหลายปี

ในปี 2004 มิโรสลัฟ ถูกสมาคมฟุตบอลสาธารณรัฐเช็ก ให้มาคุมทีมชาติชุด U-18 ก่อนจะไต่ระดับจากขึ้นมาทุกชุดจนถึง U-21 ก่อนที่จะถูก สมาคมฟุตบอลอียิปต์ดึงตัวไปคุมทีมชาติชุด U-20 ในปี 2008 และมารับงานเฮดโค้ชสโมสรครั้งแรกด้วยการคุม สโลวัคโก้ ทีมในลีกเซ็ก และในปี 2014 มารับงานคุมทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกด้วยการคุม ทีมชาติเยเมน ก่อนจะมารับงานคุมทีมชาติบาห์เรน ในปี 2016 จนถึงปัจจุบัน

สตีเฟน คอนสแตนติน

มากันที่ สตีเฟน คอนสแตนติน กุนซือวัย 56 ปีชาวอังกฤษ แม่ทัพใหญ่ของทีมชาติอินเดีย ที่คลุกคลีกับทีมชาติชุดนี้มาเป็นเวลา 3 ปี พร้อมกับมีส่วนในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติอินเดียให้ดูดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาในระยะหลังๆ

อดีตนักเตะสมัครเล่นในฟุตบอลสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นงานโค้ชในปี 1999 หลังจากแขวนสตั๊ด โดยงานแรกของเขาก็คือการคุมทีมชาติ เนปาล ก่อนที่จะรับงานคุมทีมชาติอินเดียในปี 2002-2005 จากนั้นก็ไปรับงานคุม มิลล์วอลล์ ทีมในลีกอังกฤษระยะสั้นๆ ก่อนจะกลับมารับงานคุมทีมชาติในฟุตบอลแอฟริกา ชาติเล็กๆอย่าง มาลาวี และ ซูดาน และสลับไปคุมทีมสโมสรเล็กๆในยุโรป โดยปี 2014 คุมทีมชาติ รวันดา ระยะสั้นๆ ก่อนจะถูก สมาคมฟุตบอลอินเดีย ดึงตัวมาร่วมงานอีกครั้งในปี 2015 จนถึงปัจจุบัน

แม้ว่า คอสสแตนติน จะยังไม่มีผลงานโดดเด่นเป็นชิ้นเป็นอันในการทำงานโค้ช แต่ผลงานการคุมทีมชาติอินเดียในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็ยกระดับคลาสฟุตบอลของอินเดีย ให้ก้าวมาอีกระดับได้ โดยเฉพาะการเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายเอเชียนคัพ 2019


สไตล์ฟุตบอล

อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่

กุนซือใหญ่ของ ยูเออี ขึ้นชื่อเรื่องการให้ความสำคัญกับเกมรับตามแบบฉบับกุนซืออิตาลีอยู่แล้ว โดยเกมรับของ ซัคเคโรนี่ จะเน้นตั้งแต่ผู้เล่นในเกมรุก ที่เขาจะเน้นให้ทุกคนในทีมช่วยกันเล่นเกมรับ จะเห็นได้จาก ทุกครั้งที่ลูกทีมเสียบอล เขาจะให้นักเตะทุกคนปิดช่องการเล่นของคู่ต่อสู้และให้ไล่แย่งบอลทุกคน เรียกได้ว่าจัดระเบียบเกมรับตั้งแต่แดนบน ขณะที่จังหวะการเล่นเกมรุกก็จะเน้นบุกแบบมีระบบตามแทคติกของแต่ละเกม

มิโลวาน ราเยวัช

แฟนบอลชาวไทยก็คงรู้สไตล์การเล่นของนายใหญ่ทัพ “ช้างศึก” แล้วว่าเขาเน้นเกมรับมากกว่าเกมรุก จนถูกแซวว่าเป็น รสบัสแห่งอาเซี่ยนไปแล้ว ซึ่งในความจริง ราเยวัช ก็จะใช้สไตล์รับแล้วโต้ เหมือนกับที่ทำสำเร็จในการคุมทีมชาติกาน่า ในศึกฟุตบอลโลก 2010 แต่ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่ผ่านมาแนวรุกของเราขาดตัวหลักอย่างหลายคน และขุมกำลังที่เต็มร้อยในศึกเอเชียนคัพ หนนี้ก็จะได้พิสูจน์แล้วว่า สไตล์ รับแล้วโต้ ของราเยวัช จะเหมาะกับทีมชาติไทยหรือไม่ ?

มิโรสลัฟ โซวกุป

กุนซือชาวเซ็กผู้แบกความหวังของวงการฟุตบอลบาห์เรน เป็นอีกหนึ่งคนที่ให้ความสำคัญกับเกมรับ แต่มิโรสลัฟ ไม่ได้เน้นเกมรับแบบลงไปรับแน่นในแดน แต่เขาเลือกที่จะให้ลูกทีมทำลายเกมคู่ต่อสู้ตั้งแต่แดนกลางสนาม รวมไปถึงใช้แทคติกต่างๆในการหยุดคู่ต่อสู้ เรียกได้ว่าเป็นกุนซือจอมแทคติกอีกคนหนึ่งในเอเชียนคัพ 2019 ขณะที่เกมรุก เขาก็มักจะใช้การรุกจากทางริมเส้น ที่จะวางแข้งตัวจี๊ดลงมาปั่นป่วนเกมรับคู่แข่ง

สตีเฟน คอนสแตนติน

อินเดียถูกมองว่าเป็นทีมที่อ่อนที่สุดในบรรดา 4 ทีมของกลุ่มเอ นั้นก็หมายความว่าสถานการณ์บีบให้พวกเขาต้องเล่นเกมรับ โดยสตีเฟน คอนสแตนติน เป็นกุนซือที่ชื่นชอบฟุตบอลสไตล์บุกมากกว่า แต่ในทัวร์นาเมนต์นี้จะบุกตามสไตล์เขาไม่ได้ ในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียใต้ ล่าสุด อินเดีย เปิดเกมบุกใส่คู่แข่งตลอด และมีรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย นั้นก็ทำให้เกมรับดูหลวมๆไปบ้าง โดยสไตล์การทำทีมของเขาก็คือ เน้นระบบเข้าสู้ เนื่องจากข้อจำกัดของความสามารถของตัวผู้เล่น


ระบบการเล่น

อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่

มากันที่ระบบการเล่น อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ เป็นคนเดียวในบรรดา 4 กุนซือของกลุ่มเอ ที่เล่นมีระบบการเล่นแตกต่างไปจากคนอื่นๆ โดยเขาเลือกที่จะใช้กองหลัง 3 ตัว พร้อมกับแพกเกมแดนกลางค่อนข้างแน่น โดยมีตัวริมเส้นด้านข้างฝั่งละ 1 คนเท่านั้น ระบบที่กุนซือชาวอิตาลีคนนี้ชื่นชอบก็คือ 3-5-2 หรือ 3-3-3-1

มิโลวาน ราเยวัช

ตั้งแต่รับงานคุมทีมชาติไทยในปี 2017 ระบบการเล่นที่ชินตาแฟนบอลชาวไทยก็คือ 4-2-3-1 ที่แทบจะยึดแผนนี้มาโดยตลอด สำหรับ มิโลวาน ราเยวัช นั้นก็หมายความว่า เอเชียนคัพ 2019 ทีมชาติไทยก็จะใช้ระบบนี้ในการเล่น

มิโรสลัฟ โซวกุป

4-2-3-1 ถือว่าเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลกฟุตบอลในยุคปัจจุบัน ทีมชาติบาห์เรน ของ มิโรสลัฟ โซวกุป เป็นอีกหนึ่งทีมที่ใช้ระบบนี้ในการเล่น ซึ่งเป็นระบบที่กุนซือชาวเซ็กใช้มาตั้งแต่คุมทีมชาติบาเรนมาแล้ว

สตีเฟน คอนสแตนติน

สตีเฟน คอนสแตนติน กุนซือใหญ่ทีมชาติอินเดีย ชื่นชอบการเล่นเกมรุก น้อยครั้งที่จะเห็นเขาว่ากองหน้า 1 ตัวในการเล่น โดยระบบที่เขามักใช้ในการคุมทีมก็คือ 4-4-2 หรือ 4-3-3 แต่ในระยะหลังๆ เราจะเห็นเขาปรับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 สำหรับการเตรียมสู้ศึกเอเชียนคัพครั้งนี้ ซึ่งอาจจะไม่ถนัดมากนัก แต่ด้วยสถานการณ์ที่บีบให้อินเดียต้องเล่นเกมรับ ทำให้ กุนซือชาวอังกฤษคนนี้ต้องเลือกเล่นในระบบที่ตัวเองไม่ชอบ


จุดเด่น

อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่

ปิดท้ายที่จุดเด่นของกุนซือทั้ง 4 คนในกลุ่มเอศึกเอเชียนคัพ 2019 ที่จะเป็นสูตรสำเร็จในการพาทีมผ่านเข้าสู่รอบสอง โดยกุนซือใหญ่ของเจ้าภาพ มีจุดเด่นที่ความเคี่ยว โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียดของเกมการแข่งขัน ที่ ซัคเคโรนี่ จะกำชับลูกทีมไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการเล่นเลย

มิโลวาน ราเยวัช

มากันที่นายใหญ่ทัพ “ช้างศึก” มีจุดเด่นการใส่ใจรายละเอียดของลูกทีม โดยเฉพาะเกมรับซึ่งเรื่องนี้แฟนบอลชาวไทยต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องลูกเซตเพลย์ที่ระยะๆหลังๆเราจะเห็นทีมชาติไทยมีประสิทธิภาพในการเล่นลูกนิ่งมากขึ้นกว่าเดิม

มิโรสลัฟ โซวกุป

นี่คือกุนซือจอมแทคติก ที่ใส่เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ UFABET ให้กับนักเตะทีมชาติบาห์เรนสำหรับศึกเอเชียนคัพ 2019 สิ่งที่เราจะได้เห็นทีมชาติบาห์เรนในทัวร์นาเมนต์นี้ก็คือ แทคติกต่างๆในการเล่น ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกและเกมรับ

สตีเฟน คอนสแตนติน

ทีมชาติอินเดีย ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายในเอเชียนคัพ 2019 ก็จากฟุตบอลที่เป็นระบบ เมื่อความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นอาจจะดูเป็นรองชาติต่างๆ การเจอทีมชาติอินเดียในระยะหลัง ไม่ใช่งานง่ายของทีมคู่แข่งอีกต่อไป ซึ่งความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ต้องยกให้ สตีเฟน คอนสแตนติน ผู้วางระบบฟุตบอลอินเดียให้แกร่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา


Powered by UFABET

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่: ข่าวฟุตบอลล่าสุด,ผลบอล ย้อนหลัง,livescoreบอลสด;UFABET