สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน

เดือน: มกราคม 2019

ufabetwin

ufabetwin คาสิโนออนไลน์

ufabetwin คาสิโนออนไลน์ ในหลายกรณีเรามักจะมองเห็นได้ว่าเกมการพนันมีบทบาทในตัวมันเองอย่างที่เราคาดไม่ถึงในการที่มันจะปรับเปลี่ยนถึงมุมมองหลายต่อหลายอย่างที่เกิดขึ้นซึ่งไม่ว่าอะไรก็ตามที่ได้วนเวียนเกี่ยวกับเรื่องราวของเกมการพนันมันจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รู้ในทันทีว่าเรื่องราวเหล่านี้อาจจะมีทั้งสิ่งที่สมหวังแล้วไม่สมหวังก็เป็นได้ซึ่งทุกครั้งที่เรามักจะได้มองเห็นถึงเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ufabetwin

ufabetwin คาสิโนออนไลน์ มันอาจจะมีทั้งสิ่งที่เราได้มองเห็นว่าเกมการเดิมพันเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ตรงใจหรือไม่ก็มาจากการที่เรานั้นได้เห็นถึงผลสำเร็จที่ตามมานั้นเองมันจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการที่เราจะได้รู้ว่าการพยายามมองเห็นถึงการตั้งเป้าหมายนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปเพียงแต่การที่เราได้มองเห็นถึงสิ่งที่มีประโยชน์มันอาจจะไม่ได้มีอะไรที่เป็นสวนในความสำคัญเพื่อทำให้เราได้รู้ว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ในทางใดทางหนึ่งเพราะทุกครั้งที่เรามักจะได้มองเห็นถึงความต้องการที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง

มันกลับกลายเป็นบทบาทในความสำคัญที่จะทำให้เราได้รู้ว่าเราควรจะต้องมองเห็นถึงหลักในการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจึงจะมีความสามารถในการใช้งานได้ดีในเกมการพนันที่เกิดขึ้นซึ่งสำหรับการหารายได้แล้วมันกลายเป็นสิ่งที่หลายคนมองเห็นว่าเกมการพนันคือหลักที่จะสามารถทำให้เราได้รู้ว่าเราควรมองเห็นถึงลักษณะที่ดีหรือไม่ดีอย่างไรทุกครั้งที่เรามักจะได้มองหาถึงสิ่งที่มีประโยชน์มันอาจจะทำให้เราได้รู้ว่ารูปแบบที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งมันอาจจะทำให้เราได้มองหาถึงสิ่งที่แตกต่างและชัดเจน ufabetwin ไม่เหมือนกันมันทำให้แต่ละคนต่างรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเป้าหมายของการหารายได้มันคือสิ่งที่บ่งบอกถึงความปรารถนาที่เราจะเห็นหนทางได้เสมอซึ่งในเกมการพนัน

ในแบบของคาสิโนออนไลน์ตัวนี้มันเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันให้กับเราได้ว่ามันจะมีแหล่งการหารายได้ที่มากเกินกว่าที่เราต้องการอย่างแน่นอนดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะมองเห็นได้ว่าสิ่งเหล่านี้มันกลับกลายเป็นความสำคัญในการที่เราจะได้รู้ว่าอะไรควรจะมีการเกิดขึ้นที่สามารถส่งต่อให้กับเราได้อย่างชัดเจนซึ่งในทุกครั้งที่เรามักจะได้มองเห็นถึงหลักการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องมันอาจจะไม่ได้มีอะไรเป็นตัวยืนยันให้กับเราได้อย่างชัดเจนว่านั่นคือสิ่งที่เราทำถูกหรือไม่ทุกอย่างมีการติดตั้งอยู่เสมอแต่ในขณะเดียวกันหลักของการลงทุนที่เกิดขึ้นมันกลับเป็นสิ่งที่ไม่มีวันมองเห็นพระยังจุดสิ้นสุดได้เลยถ้าหากว่าเราเห็นถึงโมเดลธุรกิจเหล่านี้

เราจะค้นพบได้ในทันทีว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันย่อมต้องมีหลักในเรื่องของการลงทุนที่แตกต่างดังนั้นมันจึงกลายเป็นบทบาทที่ทำให้เราได้มองเห็นถึงสิ่งที่มีประโยชน์ในมุมมองที่แตกต่างกันไปทุกสิ่งที่เราได้ทำและทุกครั้งที่เรามักจะได้มองเห็นถึงการลงทุน หากเรามีเงินทุนที่มากพอมันก็จะสามารถดำเนินไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดนั่นคือสายตาของผู้เล่นที่จะมองเห็นได้ว่าเกมการพนันมันคือสิ่งที่ตอบสนองให้กับเราได้เป็นอย่างดีในจุดนี้ไม่มีวันที่เราจะได้บ่งบอกถึงสิ่งที่มันเป็นไปได้อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์อัตราของความแม่นยำแต่สิ่งที่ทำให้เราได้มองเห็นถึงเรื่องราวของความชัดเจนที่เกิดขึ้นมันบ่งบอกให้เรารู้แล้วว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอที่จะรองรับในความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดจึงอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราได้มองเห็นถึงความแม่นยำในเกมการเดิมพันหรือการหากลวิธีต่างๆที่จะนำซึ่งชัยชนะในเกมการเดิมพันต่างๆเหล่านี้แต่มันคือการมองหาตลาดที่จะเปิดโอกาสให้กับเราได้มากพอในการที่จะได้มองเห็นถึงสิ่งที่มีคุณภาพเพื่อจะทำให้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้และนำพาไปสู่จุดที่เป็นการลงทุนอย่างไม่มีสิ้นสุดนั่นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งในความสำคัญที่ทำให้เราได้มองเห็นว่าจุดเหล่านี้มันคือสิ่งที่ทำให้เราได้มองเห็นแต่มุมมองได้อย่างแตกต่างมันอาจจะไม่ได้มีวันที่ทำให้เรานั้นจะค้นพบว่าสิ่งเหล่านี้คือความสำคัญถ้าหากว่าเราได้มองเห็นถึงข้อจำกัดเพียงแค่แง่มุมใดแง่มุมหนึ่งเท่านั้น

ทุกครั้งที่เราได้มองหาทุกความต้องการที่เกิดขึ้นมันทำให้เรานั้นได้ค้นพบถึงสิ่งที่ตัวเองคาดหวังอยู่เสมอเพียงแต่การที่เราจะได้รับรู้ว่าเราสามารถทำอะไรตามขอบเขตที่ถูกกำหนดได้หรือไม่มันคือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการที่เราจะพิจารณาว่าโอกาสในความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นจะมีมากน้อยขนาดไหนซึ่งนั่นคือสิ่งที่เป็นความจำเป็นที่หลายคนต้องการมันไม่ใช่เป็นเพียงแค่สิ่งที่ทำให้เราได้มองเห็นถึงเพียงแค่ชัยชนะหรือไม่เท่านั้น

แต่มันอยู่ที่ว่าโอกาสในการเปิด UFABET ให้เราหารายได้มันย่อมจะมีมากน้อยขนาดไหนซึ่งคาสิโนออนไลน์คือสถานที่หนึ่งในแบบจำลองที่สามารถทำให้เรามองเห็นถึงการหารายได้อย่างเต็มที่

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่: ข่าวฟุตบอลล่าสุด,ผลบอล ย้อนหลัง,livescoreบอลสด;UFABET

ufabetwin

ufabetwin BMW เปิดตัว

ufabetwin BMW เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู ประกาศเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์โลกในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ด้วยการเปิดตัวทีมแข่ง เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ พร้อมเผยโฉมนักบิดตำนานอย่าง ทอม ไซค์ส และ มาร์คุส ไรเตอร์แบร์เกอร์
ufabetwin

ทีมโรงงานหน้าใหม่นี้ดำเนินงานโดย ฌอน มัวร์ เรซซิ่ง (Shuan Muir Racing) ซึ่งเคยร่วมงามกับ อพริเลีย ในคลาส เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ในช่วงที่ผ่านมา

ufabetwin BMW เปิดตัว ขณะที่ BMW เซ็นสัญญากับ ทอม ไซค์ส อดีตนักบิดทีมโรงงานของ คาวาซากิ ซึ่งเคยคว้าแชมป์โลกในปี 2013 เพื่อเป็นหัวหอกของทีม

ไซค์ส จะร่วมงานกับ มาร์คุส ไรเตอร์แบร์เกอร์ นักบิดเยอรมัน ดีกรีแชมป์ เยอรมัน ซูเปอร์ไบค์ 3 สมัย และแชมป์ ซูเปอร์สต็อก 1000 ซี.ซี. ปีที่ผ่านมา ซึ่งเคยลงแข่งขันใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ กับทีมอิสระของ BMW อย่าง อัลเทีย

ไซค์ส และ ไรเตอร์แบร์เกอร์ เปิดตัวครั้งแรกในการทดสอบ ufabetwin พรี-ซีซั่น เทสต์ ที่ เฆเรซ ด้วยรถแข่ง BMW S1000RR สีดำ

ufabetwin

ทั้งนี้ เวลาต่อรอบของพวกเขายังคงถูกปิดไว้เป็นความลับ ทว่าทั้ง ไซค์ และ ไรเตอร์แบร์เกอร์ รวถึง ฌอน มัวร์ ต่างก็มีทิศทางที่ดีในการทดสอบ

“ความคืบหน้า และการพัฒนารถแข่ง S1000 RR ใหม่ของเรามีทิศทางที่ดีมาก” มัวร์ เผย

“ซึ่งทีมของเรา และวิศวกรของ BMW Motorrad UFABET ต่างก็ทำงานได้อย่างดี ในการยกระดับรถแข่งให้อยู่ในจุดที่ดี”

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่: ข่าวฟุตบอลล่าสุด,ผลบอล ย้อนหลัง,livescoreบอลสด;UFABET

ufabetwin นี่แค่เริ่มต้น ปิออนเท็คไม่เซอร์ไพรส์เปิดตัวมิลานหรู

ufabetwin นี่แค่เริ่มต้น ดาวยิงตัวใหม่ปีศาจแดงดำไม่แปลกใจกับฟอร์มการเล่นของตัวเอง หลังซัดสองประตูในเกมประเดิมสนามช่วยทีมดับนาโปลีในบอลถ้วย

ufabetwin

ufabetwin นี่แค่เริ่มต้น คริสตอฟ ปิออนเท็ค กองหน้าตัวใหม่ของ เอซี มิลาน ไม่เซอร์ไพรส์กับผลงานของตัวเอง หลังทำ 2 ประตู ในเกมประเดิมสนามช่วยทีมใหม่ดับนาโปลี 2-0 ในเกม โคปปา อิตาเลีย รอบ 8 ทีม พร้อมบอกว่านี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

หอกชาวโปแลนด์เพิ่งย้ายมาเล่นกับรอสโซเนรีเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร พร้อมเซ็นสัญญากับทีมถึงปี 2023

“ผมคาดหวังกับคืนแบบนี้ ผมบอกไปแล้วว่าผมพร้อม ผมทำ 2 ประตู แต่นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น” ปิออนเท็ค กล่าวผ่าน Milan TV

“ทั้งสองประตูล้วนเยี่ยม แม้ว่ามันจะต่างกัน ก่อนเกมผมคุยกับ ดิเอโก้ ลักซอลท์ และ ฟาบิโอ บอรินี ผมบอกให้พวกเขาวางบอลยาวโด่ง ๆ มาให้ผม เพราะผมชอบเล่นจังหวะแบบนั้น”

“ประตูที่สองผมต้องดวลกับคูลิบาลี UFABET แต่มันผ่านไปได้ด้วยดี ผมคิดถึงเกมต่อไปกับโรมาแล้วและหวังว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมจะแนบแน่นยิ่งขึ้น”

“ผมรู้สึกดีมากในคืนนี้ มันเยี่ยมมากกับการได้ลงเล่นใน ซาน ซีโร”

ufabetwin เด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดู!

ufabetwin เด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดู! หัวเรือใหญ่น็องต์สหวังว่ากองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงจากเหตุเครื่องบินหายสาบสูญ พร้อมเผยว่านักเตะเป็นคนนิสัยดี เป็นที่รักของทุกคน

ufabetwin

ufabetwin เด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดู!วาลดีมาร์ คิต้า ประธานสโมสรน็องต์ส แสดงความหวังว่าจะหาตัว เอมิเลียโน ซาลา อดีตกองหน้าของทีมเจอในเร็ววันนี้

เครื่องบินเล็กโดยสารของดาวเตะใหม่คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เดินทางจากน็องต์สไปยังประเทศเวลส์ แต่ได้หายไปจากเรดาร์และขาดการติดต่อตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่เกาะอัลเดอร์นีย์ ในหมู่เกาะแชนแนล ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบอังกฤษ ห่างจากฝรั่งเศส 32 กิโลเมตร

ล่าสุดประธานสโมสรเก่าได้แสดงความหวังว่าจะหาตัวดาวยิงอาร์เจนไตน์รายนี้เจอเร็ววัน พร้อมเผยว่านักเตะคนนี้เป็นคนนิสัยดีและเป็นที่รักของทุกคน

“ผมคิดว่าเขากลับมาที่นี่เพราะเขาต้องการบอกลาufabetwinเพื่อนของเขา เขาเป็นคนสุภาพ, ใจดี และเป็นเด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดู ทุก ๆ คนรักเขา” วาลดีมาร์ คิต้า เผย

“เขาเป็นคนที่ให้เกียรติคนอื่นและยังสุภาพมาก ๆ ผมกำลังเป็นห่วงครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเขา ส่วนเรื่องที่เหลือเรายังไม่ทราบอะไรมากนัก”

“ผมยังหวังว่ามันยังไม่จบแค่นี้ยะ เขาต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง เขาจะต้องมีชีวิตอยู่”

“ผมเพิ่งรับรู้เรื่องนี้พอ ๆ กับพวกคุณนั้่นแหละ ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากลับมาน็องต์ เขาไม่ได้เป็นนักเตะ UFABET ของน็องต์อีกแล้ว เขาได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่เขาต้องการไปแล้ว”

“และที่ผมพูดแบบนั้นเพราะผมยังหวังว่าเราจะหาเขาพบในเร็ว ๆ นี้”

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่: ข่าวฟุตบอลล่าสุด,ผลบอล ย้อนหลัง,livescoreบอลสด;UFABET

ufabetwin ไม่อนุมัติ!

ufabetwin ไม่อนุมัติ! เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือสิงห์บลูส์ แจ้งความจำนงกับสโมสรเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะไม่ปล่อยตัว คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองนี้

ufabetwin ไม่อนุมัติ!แนวรุกดาวรุ่งเพิ่งขอขึ้นบัญชีขายกับสโมสร เพื่อย้ายไปร่วมทัพ “เสือใต้”บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังต้องการตัวเขาไปเล่นในบุนเดสลีกา แต่กลับถูกปฏิเสธเนื่องจากว่า ซาร์รี่ ไม่ต้องการให้เจ้าหนูวัย 18 ปีย้ายออกไป ufabetwin จากทีม

“ผมไม่ได้หงุดหงิดกับฮัดสัน-โอดอย เขากำลังทำได้ดีมากทั้งในสนามแข่งและสนามซ้อม ผมแฮปปี้กับเขามาก ๆ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่สถานการณ์ทั้งหมด ทีมใหญ่ในอังกฤษทุกทีมเจอปัญหาเดียวกัน มันไม่ง่ายกับการรักษาดาวรุ่งฝีเท้าดี”ซาร์รี่ กล่าว

“เขาคือหนึ่งในนักเตะอายุ 18 ปีที่ดีที่สุดในยุโรป มันจึงเป็นสถานการณ์ที่ยากมาก ๆ สโมสรบอกผมว่าเขาจะไม่ถูกขายในตลาดรอบนี้แน่นอน บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยู่ในตลาดซัมเมอร์ด้วย”

“ผมคิดว่าเขาจะเป็นอนาคตของสโมสร ผมคิดว่าเขาจะอนาคตของฟุตบอลอังกฤษ”

อย่างไรก็ตาม สัญญาของ คัลลัม ufabet ฮัดสัน-โอดอย จะหมดลงในเดือนกรกฎาคมนี้ หากไม่มีการต่อสัญญาออกไปกับทีม เขาก็จะสามารถย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวได้เลย

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่: ข่าวฟุตบอลล่าสุด,ผลบอล ย้อนหลัง,livescoreบอลสด;UFABET

UFABETWIN วุฒิชัย ทาทอง’

UFABETWIN อีกไม่กี่วันฟุตบอลลีกเมืองไทย ฤดูกาล 2019 ก็จะได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้น

แต่ละทีมต่างก็มีการปรับเปรียบขุมกำลังเพื่อไล่ล่าความสำเร็จ โดยหนึ่งในดีลที่ฮือฮาสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะปีนี้ก็คือการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ สองพี่น้อง ‘ทาทอง’ สำหรับการย้ายลงไปเล่นในลีกล่างกับ สีหมอก เอฟซี

ufabetwin

“มันเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่งเพียงแค่สภาพร่างกายตอนนี้อาจจะไม่เหมือนเด็กเท่านั้น” วุฒิชัย ทาทอง เริ่มเผยกับ โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย “ปกติผมกับบี้ (ชัยณรงค์ ทาทอง) ก็จะคุยกันตลอดอยู่แล้ว แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ทีมเดียวกัน เรามักแซวกันทุกๆปีว่าถ้าได้เล่นด้วยกันก็คงจะดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นจริงในปีนี้”

สีหมอก เอฟซี ทีมในศึก ออมสิน ลีกโปร (T3) ตอนบนของประเทศ ว่างเป้าหมายเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกรองให้ได้ในฤดูกาลหน้า โดยทำการดึงนักเตะฝีเท้าดีที่ผ่านประสบการณ์ไทยลีกมาร่วมทีมหลายคน และพี่น้อง ‘ทาทอง’ วุฒิชัย-ชัยณรงค์ ทาทอง คือ 2 แข้งใหม่ป้ายแดงที่สโมสรดึงมาเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2019

นี่คือการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่งของสองพี่น้อง ‘ทาทอง’ หลังจากครั้งล่าสุดก็คือในเลกแรกฤดูกาล 2014 ที่ทั้งคู่ร่วมงานกันในสีเสื้อ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่ก็เป็นเพียงการการซ้อมร่วมกันเท่านั้น เมื่อทั้งสองไม่ได้ลงสนามพร้อมกันในเกมอย่างเป็นทางการ

“ตอนอยู่เมืองทอง ก็ไม่ได้เล่นด้วยกันเลย ใกล้เคียงสุดก็คือการลงสนามในเกมเดียวกัน แต่ว่าผมลงสนามไปแทนบี้ เท่ากับว่าเราไม่ได้อยู่ในสนามพร้อมกันเลยตอนแข่ง ไม่สิ! มีเกมหนึ่งที่เราเล่นด้วยกัน ก็คือเกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลที่เชียงราย” วุฒิชัย เผย

UFABETWIN วุฒิชัย ทาทอง’  ย้อนกลับไปครั้งสุดท้ายที่สองพี่น้อง ‘ทาทอง’ ลงสนามพร้อมกันในฟุตบอลลีกอาชีพ ก็คือฤดูกาล 2007 ครั้งเมื่อทั้งสองยังเป็นดาวรุ่งของวงการลูกหนังไทย ในการเล่นให้กับ จุฬา-สินธนา ในฟุตบอลดิวิชั่น 1 (ไทยลีก 2 ในปัจจุบัน)

ฟุตบอลดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2007 จุฬา-สินทนา คว้าแชมป์กลุ่มบี ด้วยผลงาน ชนะ 14 เสมอ 4 แพ้ 4 โดยยิงคู่แข่งไปถึง 45 ประตู รวมไปถึงรอบชิงชนะเลิศอีก 6 ประตู เบ็ดเสร็จแล้ว 51 ลูก โดยสองพี่น้อง ‘ทาทอง’ ยิงเกินถึงหลักสิบทั้งคู่ (วุฒิชัย ทาทอง 13 ประตู, ชัยณรงค์​ ทาทอง 11ประตู)

น่าเสียดายที่เมื่อ จุฬาฯ ก้าวมาเล่นในลีกสูงสุด ฤดูกาล 2008 ชัยณรงค์ ทาทอง ได้รับบาดเจ็บต้องพักรักษาตัวนานแรมปี ก่อนจะหายเจ็บกลับมา วุฒิชัย ทาทอง ก็ย้ายไปอยู่กับ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน

“พอมาเล่นไทยลีกก็ไม่ได้เล่นกับบี้อีกเลย ผมย้ายออกมาก่อน เราก็เจอกันบ่อยทั้งกิจกรรมในครอบครัวรวมไปถึงงานฟุตบอลๆต่างๆ แต่ก็ไม่ได้เล่นด้วยกันอีกเลย กระทั่งตอนผมย้ายมาเมืองทองก็คิดว่าจะได้เล่นด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้เล่น” วุฒิชัย เผย

“ตอนที่ทีม (สีหมอก เอฟซี) ยื่นข้อเสนอเข้ามา ผมก็ว่าน่าสนใจ เพราะทีมมีเป้าหมายชัดเจนนั้นก็คือการเลื่อนชั้น อีกอย่างคนที่ดูแลผม (เอเย่นต์) เขาบอกว่าอยากได้ผมกับน้องมาเล่นด้วยกัน มันก็ยิ่งตัดสินใจง่ายเลย”

“เอาจริงๆก็ถือว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการค้าแข้งของผมแล้ว การได้เล่นรวมกับน้องชายอีกสักครั้งก็ถือเป็นการเติมเติมอะไร UFABET บางอย่าง มันจะเป็นฤดูกาลที่ผมเล่นฟุตบอลอย่างสนุกและมีความสุข ซึ่งผมคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันต้องดีเช่นกัน” วุฒิชัย ทาทอง เผยทิ้งท้าย

 

ufabetwinจากคนขับรถตู้สู่รักษาการกุนซือช้างศึก – ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย


หายใจเป็นฟุตบอล

ufabetwin เปิดเรื่องราวชีวิตสุดโต่งของโค้ชโต่ย จากเด็กบ้าบอลแห่งสารคาม เข้ามาล่าความฝันในเมืองกรุง ทำทุกอย่างให้กับทีม ตลอดหลายสิบปี ก่อนเทิร์นโปรพาไทยฮอนด้า ผงาดสู่ลีกสูงสุดและต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัวใคร และกลายเป็นเฮดโค้ชช้างศึกคนปัจจุบันในเอเชียนคัพ หนนี้


โต่ย – ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กลายเป็นชายผู้แบกรับความหวังของคนไทยทั้งประเทศเมื่อถูกแต่งตั้งเป็นรักษาการกุนซือช้างศึกแทน มิโลวาน ราเยวัช ที่ถูกสมาคมฟุตบอลฯปลดจากตำแหน่งแบบฟ้าผ่าหลังเกมพ่ายอินเดียยับเยิน 1-4 โฟร์โฟร์ทูจึงขอพาคุณได้รู้จักเขาแบบเจาะลึกกับเรื่องราวชีวิตสุดโต่งเฮดโค้ชช้างศึกคนใหม่ ติดตามพร้อมกันที่นี่

ไอดอลข้างบ้าน

“คอยดูนะ สักวันกูจะต้องแบบเป็นแบบพี่เขาให้ได้” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ย้อนความหลังถึง ไอดอลลูกหนังที่ชื่อ เศรษฐศักดิ์ มหา อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ผู้ที่ทำให้เขาหลงรักฟุตบอลหัวปักหัวปำและยอมทุ่มสุดตัวเพื่อมัน

“เด็กชายโต่ย” เกิดที่อำเภอ พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม พ่อกับแม่ประกอบอาชีพรับราชการ โดยคุณแม่เป็นพยาบาล ส่วนคุณพ่อเป็นอาจารย์ เขาซึบซับสายเลือดนักกีฬามาจากคนในครอบครัว คุณพ่อเคยเป็นอดีตนักฟุตบอลดีกรีระดับตัวแทนมหาวิทยาลัย พี่สาว 2 คนเป็นนักวิ่ง และพี่ชายก็เป็นนักฟุตบอลตัวแทนจังหวด ศิริศักดิ์ ตามรอยพี่ชาย โดยเริ่มหัดเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ

“ทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์ สิ่งเดียวที่ผมอยากทำคือการเตะฟุตบอล ช่วงแรกๆ ผมมีพี่ชาย (ดนัย ยอดญาติไทย) เป็นต้นแบบ เราเล่นมาด้วยกันตลอด จนได้ไปแข่งเป็นตัวแทนเขตการศึกษา ตัวแทนจังหวัด ผมยืนปีกซ้าย พี่ชายยืนปีกขวา”

“พอเริ่มโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น จำได้ว่า “พี่เศรษฐ์” เศรษฐศักดิ์ มหา เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยคนเดียว ในอำเภอเดียวกับผม รุ่นๆ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตอนนั้นทีมชาติไทยมีชุด A และ B และพี่เศรษฐ์ มีชื่อเสียงมากภายในจังหวัด ทุกวันรถเมล์ที่สายผมนั่งจะผ่านบ้านแก ซึ่งมีรูปพี่เศรษฐศักดิ์ สวมชุดทีมชาติไทยติดเอาไว้หน้าบ้าน เวลารถวิ่งผ่าน ผมจะสะกิดเพื่อนแล้วชี้นิ้วบอกว่า “คอยดูนะ สักวันกูจะต้องแบบเป็นแบบพี่เขาให้ได้” ผมพูดแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่ผ่านบ้านแก”

“ตอนนั้นเริ่มมีความคิดว่า ทำอย่างไรถึงจะเล่นฟุตบอลได้เก่งแบบพี่เขา สมัยก่อน ไม่มีใครมาสอนให้เราเล่นอย่างถูกหลักแบบทุกวันนี้ ผมจึงเริ่มจากการหัดด้วยตัวเอง ทุกวันหยุด ผมจะวิ่งไปกลับ 7 กิโลเมตร นึกภาพตามนะ อากาศร้อนๆ ตอนบ่ายสอง ไม่มีเด็กที่ไหนเขาบ้ามาวิ่งแบบผมหรอก เราก็วิ่งของเราไปคนเดียว”

เขายังคงวิ่ง 7 กิโลเมตร ต่อไปพร้อมฝึกฝีเท้า กระทั่งวันหนึ่ง ศิริศักดิ์ ในวัย 15 ปี ได้มีโอกาสลงเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับไอดอลลูกหนังอย่าง เศรษฐศักดิ์ มหา ในรายการฟุตบอลเดินสายแถวหมู่บ้าน

ประสบการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ “โต่ย” แทบลืมหายใจ เขาทั้งประหม่า และตื่นเต้น จนนอนไม่หลับ แม้จะเป็นเพียงฟุตบอลชิงถ้วยระดับหมู่บ้านธรรมดาๆ แต่มันกลับมีความหมาย และกลายเป็นแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยมที่ทำให้ ศิริศักดิ อยากเดินบนเส้นทางลูกหนังอย่างแน่วแน่ ในยุคที่ฟุตบอลยังรูปแบบกึ่งสมัครเล่น กึ่งอาชีพเท่านั้น

แม่เกาะรั้วตะโกนด่า

แม้จะเกิดในครอบครัวที่เล่นกีฬากันยกบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว “นักกีฬา” ยุคนั้นยังไม่ได้มีรายได้มากพอที่จะเป็นอาชีพได้ ยกเว้นคุณต้องไปเล่นในระดับที่สูงจริงๆ หลายคนจึงเลือกวางความฝัน และมุ่งหน้าสู่หน้าที่การงานที่มั่นคง ไม่ต่างอะไรกับ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ที่ต้องเจอบทพิสูจน์หัวใจและความรักต่อฟุตบอล

“ที่บ้านเขาก็สนับสนุนเรานะ แต่อีกมุมหนึ่ง พ่อกับแม่ แกอยากให้เราเลือกเรียนสายอาจารย์มากกว่า อย่างพี่ชายที่เตะบอลด้วยกัน เขาก็ไปสอบเป็น สาธารณสุข แล้วแกก็เป็นห่วงว่า อาชีพนักกีฬา มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ แต่ความคิดเราตอนนั้น เราอยากเล่นฟุตบอลอย่างเดียวเลย”

“มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่ไปแข่งกีฬาเขตการศึกษาที่จังหวัดร้อยเอ็ด แม่ตามไปเชียร์ มีจังหวะที่พี่โดนกองหลังคู่แข่งเตะ พอแม่เห็นเท่านั้นแหละ แกเกาะรั้วแล้วตะโกนเข้าไปในสนามว่า “มึงเตะลูกกูทำไม” พี่เลยต้องคุยกับแม่ว่า แม่ ผมเล่นเป็นกองหน้า ต้องโดนเตะเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เราเข้าใจว่าฟุตบอลมันต้องปะทะกัน ได้แต่บอกว่า ufabetwin แม่อย่าเครียดดิ”

ถึงในใจจะห่วงกลัวลูกชายได้รับบาดเจ็บจากกีฬา แต่เมื่อไหร่ที่ ศิริศักดิ์ ลงเล่นฟุตบอล พ่อกับแม่ก็มักจะตามไปให้กำลังใจถึงขอบสนามอยู่เสมอ ถึงขนาดที่เคยขับรถกันสองคน พ่อแม่ จากจังหวัดมหาสารคามมุ่งหน้าสู่สนามศุภชลาสัย เพื่อมาดูลูกชายลงเล่นถ้วย มวก.คัพ รอบชิงชนะเลิศ รวมถึงสมัยที่เล่นฟุตบอลอาชีพกับ โอสถสภา

“หลังจากนั้น เขาคงเห็นแล้วว่า เรารักกีฬาจริงๆ แล้วสามารถต่อยอด มีรายได้ เขาก็สนับสนุนเราเต็มที่ คิดไปก็น่าขำ ตอนนั้นพ่ออยากให้เราเป็นครู แต่เราไม่ชอบสอนเด็ก สุดท้ายก็หนีไม่พ้น ต้องมาสอนเด็กเล่น เพราะตัวเองเป็นโค้ชฟุตบอล (หัวเราะ)”

บ้าหอบฝันจากสารคาม

ศิริศักดิ์ เริ่มไต่เต้าและเก็บเกี่ยวประสบการณ์เรื่อยๆ จากรายการต่างๆ รวมถึงทัวร์นาเมนต์ระดับประเทศของแข้งสมัครเล่นยุคนั้นอย่าง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ คัพ ความบ้าบอลของเขานี่เอง ทำให้ ศิริศักดิ์ ได้มีโอกาสตระเวนลงเล่นให้ทีมจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่แค่บ้านเกิด ทั้ง กาฬสินธุ์, กรุงเทพมหานคร, ปทมุธานี, ตรัง และ เพชรบุรี

ส่วนเส้นทางฟุตบอลอาชีพนั้น หลังจบ ม.6 เขาเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในโควต้านักกีฬาช้างเผือก โดยเวลานั้น โอสถสภา ซึ่งมีเจ้าของเป็นคนเดียวกับเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย ได้ดึงเอานักกีฬาที่เป็นตัวแทนสถานบันเข้าไปร่วมทีม

ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ค้าแข้งให้กับ โอสถสภาฯ ตั้งแต่ปี 2531 เพียงสโมสรเดียวจนแขวนสตั๊ด โดยเล่นในตำแหน่ง ปีกซ้าย สไตล์กระชากลากเลื้อย ซึ่งจัดว่าเขขาเป็นผู้เล่นที่โด่งดังพอตัวในยุคนั้น รวมถึเกียรติประวัติสูงสุดในค้าแข้ง คือ การได้ติดทีมชาติไทย ตามรอยรุ่นพี่อย่าง เศรษฐศักดิ์ มหา

หลังตัดสินใจแขวนสตั๊ด ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ผันตัวเองมารับงานเป็น ผู้ช่วยโค้ช

“ตอนทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ช ก็เคยมีคนปรามาสบ้างว่า “คนอย่างไอ้โต่ย เต็มที่ก็ได้แค่นำวอร์ม” หรือบางคนก็บอก โค้ชโต่ยเก่งไม่จริง ทำบอลเด็กก็ไม่เคยได้แชมป์”

“สำหรับผมการเป็นแชมป์ไม่ได้แปลว่าเราประสบความสำเร็จเสมอไป วิธีคิดของผมคือ หากคุณสามารถสร้างนักเตะเยาวชนให้เป็นผู้เล่นอาชีพได้ ให้เขามีอนาคตที่ดี หรือติดทีมชาติไทย นั้นต่างหากถึงเรียกว่า โค้ชที่ประสบความสำเร็จ”

17 ปีกับการทำหน้าที่ ผู้ช่วยโค้ช ทั้งที่โอสถสภา และกับสโมสรอื่นๆ สิ่งหนึ่งที่เขาคิดเสมอคือ ต้องเรียนรู้งานให้ได้ในทุกบทบาท “โค้ชโต่ย” ไล่มาตั้งแต่ดูแลการฝึกซ้อม, ทำทีมเยาวชน การต่อวีซ่านักเตะต่างชาติ หรือแม้กระทั่งขับรถตู้รับส่งนักฟุตบอลเขาเคยก็เคยทำมาแล้ว

และหนึ่งในบทบาทที่เขาถนัดและทำมาโดยตลอด คือการปั้นเยาวชนและสร้างนักเตะขึ้นมา….

ufabetwin

 

นักปั้นเด็ก

“ช่วงที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก็มีความรู้สึกว่า ทำไมตอนเด็กๆ ไม่เคยมีใครมาสอนอะไรแบบนี้ให้เรา พอได้เรียนรู้วิชาโค้ช ก็ยิ่งทำให้เราอยากนำความรู้ไปเป็นวิทยาทานให้กับเด็กๆ ที่ไม่ค่อยมีโอกาส ปรากฏว่าพอลงมือทำจริงแล้ว เขาทำได้ ก็ถือว่าโอเคแล้ว”

“อย่าง เบนซ์ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ผมก็เคยเจอเขาตอนไปเปิดฟุตบอลคลีนิคสอน รวมถึง เล็ก- พุทธิพงษ์ พรมลี ผู้รักษาประตูเมืองทองฯ ซึ่งเขาก็บอกคนที่ทำให้เขาฉุกคิดและมาถึงจุดนี้ คือน้าโต่ย ผมพยายามสร้างแรงจูงใจให้กับเขาว่า เราเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ถ้าเรามีฝีมือสักวันเราแจ้งเกิดได้เอง ถ้าเรามีวินัย มีความพยายาม และมีเป้าหมาย”

“หลังจากเรียนจบหลักสูตร ซี ไลเซนส์ ผมก็ได้มาทำทีมเยาวชนของโอสถสภา ซึ่งเราก็เอาเด็กๆที่มีฝีเท้าดีในระดับหนึ่งมาขัดเกลา จนเขาสามารถเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และติดทีมชาติได้ ชุดเยาวชนที่ปั้นขึ้นมา มีตั้งแต่รุ่น วันใหม่ เศรษฐนันทน์, ฉัตรชัย บุตรพรหม, อภิภู สุนทรพนาเวศ, สุมัญญา ปุริสาย, กฤษดา เก็มเด็ม, ไปจนถึงพวกรุ่นหลังอย่าง จูเนียร์ ปฐมทัศน์ (สุดประเสริฐ), สองพี่น้อง อันโตนิโอ-จอนาตา แวร์ซูร่า หรือพวกรุ่นสุดท้ายอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด ฯ”

โค้ชโต่ย ยอมรับว่า “น้าชัช” ชัชชัย พหลแพทย์ อดีตกุนซือโอสถสภาฯ คือแบบอย่างของโค้ชที่ให้โอกาสเยาวชน ที่เขาหวังจะเดินรอยตามในสักวัน นอกจากนี้ ศิริศักดิ์ ยังเคยรับเด็กจากบ้านเกิด มากินอยู่ ฝึกฟุตบอลกับตนที่ กรุงเทพฯ โดยหนึ่งในผู้เล่นที่ต่อยอดจนกลายเป็นนักเตะระดับตำนานของทีม นั้นก็คือ เจษฏา พั่วนะคุณมี อดีตกัปตันพลังเอ็มฯ ที่มาอยู่กับสโมสรตั้งแต่อายุ 15 ขวบ

ufabetwin

 

“ผมชอบสังเกตุเด็ก ดูว่าสิ่งที่เราให้เขาทำ อย่างเช่น การฝึกเบสิค, การอ่านเกม วิธีคิดของเขาเป็นอย่างไร ตอนที่มีบอลอยู่กับตัว เขาจะทำอย่างไร ถ้าให้เขาฝึกทักษะ จะทำได้ไหม ใช้เวลานานเท่าไหร่ แล้วค่อยเสริมเติมเต็มส่วนที่เขายังขาด”

“บางคนตอนแรก อาจจะเริ่มฝึกจากตำแหน่งอื่น แต่สุดท้ายสัญชาตญาณจะบอกเองว่า ใครเหมาะจะเล่นตำแหน่งไหน คนเป็นกองหน้าดูยังไงก็คือกองหน้า คนเป็นกองหลังดูยังไงก็คือกองหลัง”

“สิ่งสำคัญในการทำบอลเด็กคือ การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เหมือนเราเป็นพ่อเขา อย่างเราเองถ้ามีใครมาดูแลเราดี เราก็จะรู้สึกดีกับเขา เด็กก็เช่นกัน ถ้าเราเข้าถึงพวกเขา รับรู้ปัญหา เฮ้ย เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูซึมๆ ดูเงียบๆ ไม่สนุกกับการฝึกซ้อม เราต้องเรียกมาคุย บางคนมีปัญหาครอบครัว, การเรียน หรือเรื่องที่ทำให้เขาไม่สบายใจ เราต้องแนะนำ เขาได้ และดูแลเรื่องการพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องนอนกี่โมง ก่อนนอนต้องเก็บมือถือ เพราะถ้านอนหลัง 4 ทุ่มช่วงที่ร่างกายจะหลั่งสาร โกรท ฮอร์โมนufabetwin (Growth Hormorne) ก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพวกเขา”

“ซึ่งมันก็เป็นหลักการเดียวกับที่พี่ใช้กับการทำทีมฟุตบอลอาชีพ เราต้องดูทัศนคติและศักยภาพของผู้เล่นว่า เขาพัฒนาได้ไหม เขาสามารถถีบตัวเองไปได้อีกหรือเปล่า ถ้านักบอลไม่เกิดการพัฒนา ทีมก็ขยับไปได้ช้า ยิ่งมีการแข่งขันภายในทีมมากเท่าไหร่ ทีมยิ่งไปได้ไกลเท่านั้น พี่ชอบให้เกิดการแข่งขันในทีม”

บินเดี่ยวรอบ 18 ปี

ขวบปีที่ 18 หลังจากแขวนสตั๊ด ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ได้รับติดต่อจาก มาซามิ ทากิ อดีตเฮดโค้ชที่ผันตัวเองไปเป็น ผู้จัดการทีม และ วสันต์ สังขพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ให้มากุมบังเหียนเป็นกุนซือของ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี สโมสรขนาดไม่ใหญ่ในศึกดิวิชั่น 1 เมื่อฤดูกาล 2016

แม้ว่าจะอยู่กับวงการฟุตบอลไทยมานาน แต่การที่เขาไม่เคยทำหน้าที่ เฮดโค้ชอาชีพ มาก่อน ก็ย่อมทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง จนการสนทนาของ ทากิ, วสันต์ และ โค้ชโต่ย ดำเนินมาถึงประโยคคำถามของโค้ชโต่ย

“มั่นในใจตัวพี่ไหม” ศิริศักดิ์ ถามกลับไปยัง 2 คีย์แมนจากฝั่งฮอนด้า แน่นอนว่า พวกเขาเชื่อมั่นในฝีมือของ โค้ชโต่ย อย่างเต็มเปี่ยม และนี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ในฤดูกาลที่ผ่านมา ของทัพพญาอินทรี

“บอกตรงๆตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจตัวเอง แต่พอได้เห็นการฝึกซ้อม สิ่งที่ (มาซามิ) ทากิ เคยทำไว้ มันค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน เลยคิดว่า ด้วยอายุและประสบการณ์ของเรา บวกกับทีมงานที่มีคุณภาพ เราน่าจะพาสโมสรเขาเดินไปข้างหน้าได้ แต่ช่วง 2 เดือนแรกก็เครียดนะ เรียกว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับเลย กลัวทำทีมเขาไม่ดี กลัวทำให้เขาผิดหวังที่เลือกเรา”

“เราคุยกันครั้งแรก เป้าหมายไม่ใช่ขึ้นไทยลีกนะ เราหวังติด 1 ใน 5 เพราะปีที่แล้ว ทากิ ทำไว้จบอันดับ 6 เราหวังจะเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกในอีกฤดูกาลถัดไป ด้วยศักยภาพของผู้เล่น พี่คิดว่าเราทำได้ มีแต่นักข่าวนี่แหละ ที่ชอบมาถามว่า ไทยฮอนด้าเสริมไหม พี่ก็ตอบกลับไปว่า ที่ผมมีอยู่ในทีมยังใช้งานไม่ครบเลย เรามีงบประมาณจำกัด ถ้าเสริมมาก็จะทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นไปอีก เลกสองเราไง ราฟินญ่า ลิม่า คนเดียว”

“เราเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องระบบทีมมากกว่า ทากิ เขาวางระบบเดิมไว้ดีมาก ทั้งรูปแบบการฝึกซ้อม และวินัยเกมรับ ซึ่งเราชอบอยู่แล้ว เพราะเกมรับดีที่คือเกมรุกที่ดี ถ้าคุณไม่เสียประตู ก็ยากที่จะแพ้”

“ที่นี้สิ่งพี่คิดต่อไปคือ ถ้าบอลอยู่กับเรา เราจะสร้างโอกาสเข้าทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สไตล์การทำทีมของพี่ จะให้อิสระในการเล่นเกมรุก เราอย่าไปตีกรอบความสามารถของนักเตะ แต่ต้องไม่ลืม วินัยในเกมรับ ถ้าไม่มีก็คือเจ๊ง นี่คือสิ่งที่เราปลูกฝังให้กับผู้เล่นของเรามาตลอด รับต้องแน่น รุกต้องจบให้ได้ ”

“เรามั่นใจในตัวผู้เล่นที่มี ว่าสามารถทำตามเป้าหมายได้ พี่บอกนักบอลเสมอว่า เรามีศักยภาพพอที่จะไปเล่นไทยลีกได้ พี่พูดแบบนี้มาตั้้งแต่ ช่วงกลางเลกแรก 2016 จนเหมือนสร้างความมั่นใจซึ่งกันและกัน ผลงานทีมก็ดีเกินคาด เล่นไปเล่นมา กลับกลายเป็น ทีมเราคงเส้นคงวามากสุด และคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาครองได้สำเร็จ ”

ทีมเล็กแต่ใจใหญ่

ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี กลายเป็นทีมแรกที่การันตีโควต้าสู่ไทยลีก เหนือหลายสโมสรที่ลงทุนมากกว่าพวกเขา การได้เลื่อนชั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่การยืนหยัดอยู่บนลีกที่ดีสุดของประเทศ กลับเป็นงานที่ยากกว่า “โค้ชโต่ย” เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี นั่นทำให้แผนงานของฤดูกาลนี้ ถูกวางตั้งแต่ซีซั่น 2016 สิ้นสุดลง เมื่อช่วงเดือน ตุลาคม ปีก่อน

“พี่คุยกับบอร์ดตั้งแต่แรกแล้วว่า พี่ชอบนักเตะที่มีวินัย เวลาซ้อมเต็มที่ จึงบอกกับผู้ใหญ่ว่าขอนักเตะเก่าคงไว้ 70 เปอร์เซนต์ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงมากไป มันจะผสมผสานกันได้ไม่กลมกลืน เรามั่นใจเด็กชุดนี้ บวกกับตัวที่เสริมเข้ามาใหม่ เราน่าจะอยู่รอดในไทยลีกได้ตามเป้าหมาย”

หลังปิดฤดูกาล 2016 ได้ประมาณ 20 กว่าวัน โค้ชศิริศักดิ์ ประกาศเรียกนักเตะกลับมาฝึกซ้อม ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. กลายเป็นสโมสรแรกในไทยลีกทำเตรียมทีมปรีซีซั่น

“ถ้าคนรู้เรื่องฟุตบอล เขาจะรู้ว่า นี่คือการทำฟุตบอล เราเรียกมาเพื่อรักษาสภาพร่างกายของนักเตะ โปรแกรมการฝึกซ้อมปกติ ไม่ได้อัดโปรแกรมหนัก เพราะไม่ต้องการให้นักเตะพีคก่อนเปิดฤดูกาล แล้วมาฟอร์มดรอปลงในช่วงแข่งจริง”

“เราต้องการขยับฟอร์มให้ไต่เพดานขึ้นไปเรื่อยๆ บางคน เฮ้ย ต้องวิ่ง 90 นาทีนะ เด็กมันวิ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าคิดอย่างงั้นแสดงว่า คุณไม่เข้าใจฟุตบอล ไม่เข้าใจหลักในการทำทีมฟุตบอล รวมถึงปรัญชา และวิธีการ อย่างที่เห็น 5 เกมแรก ไทยฮอนด้าไม่มีปัญหาเรื่องฟิตเนสเลย ขาดแค่เรื่องการจบสกอร์กับสมาธิภายในเกม ซึ่งเราก็มาเพิ่มเติมในการฝึกซ้อม ทั้งซ้อมยิง เทคนิค วิธีการความเข้าใจ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักเตะ ช่วงออกสตาร์ฤดูกาล มาตรฐานของเราก็ไม่ได้ตกลงไป”

ด้วยชื่อชั้นนักเตะ งบประมาณการทำทีม และการที่สโมสรแห่งนี้ขาดประสบการณ์บนเวทีไทยลีกนานถึง 10 ปี ทำให้ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ถูกจั่วหัวว่าเป็นทีมที่มีโอกาสหนีตกชั้น แต่เจ้าของรางวัล ผู้ฝึกสอนกีฬาอาชีพดีเด่น ของ กกก. ประจำปี 2559 กลับไม่ได้ว่ารู้สึกว่าเป็นแรงกดดันแต่อย่างใด

“เรื่องที่เราถูกยกให้เป็นตัวเต็งตกชั้น ไม่ได้สร้างความกดดันให้กับพี่เลย พี่ว่ามองมันเป็นความท้าทายมากกว่า ตอนเราอยู่ดิวิชั่น 1 เราก็ไม่ได้ถูกจับตามองว่าจะเลื่อนชั้นได้ พอแข่งจริงเราเข้าป้ายอันดับ 1 ซึ่งมันมาจากอะไร มันจากการทำงานของสตาฟฟ์ ทีมงาน และนักฟุตบอล มาจากการฝึกซ้อม มาจากระบบและการสร้างทีม อย่างผลงานในไทยลีกตอนนี้ เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่า มาตรฐานเราจะได้ถึงขนาดนี้”

“ถ้าถามว่า ทีมที่มีเงินน้อยแล้วจะทำฟุตบอลแข่งกับทีมใหญ่ได้อย่างไร อันดับแรก คุณต้องมีการฝึกซ้อมที่ดี ซ้อมเต็มที่และจริงจัง เพราะการฝึกซ้อมจะมีผลต่อ สิ่งที่แสดงออกมาในสนาม สองต้องเอาใจใส่ทีมงานและนักฟุตบอลให้ดี สุดท้ายคุณต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะ พี่บอกกับนักเตะเสมอว่า พี่มั่นใจในตัวเอ็งนะ ไม่ต้องไปไปกลัว ก็เลื่อนชั้นขึ้นมาแล้ว เอ็งจะถอยทำไม เราเป็นนักสู้อย่าไปกลัว”

“เกมแรกกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ช่วงต้นเกมเราอาจจะยังปรับกันไม่ได้ แต่พอเล่นไปเล่นมา เฮ้ย เราสู้ได้นิ ตอนนั้นคิดในใจว่า ขอดูมาตรฐานของไทยฮอนด้าหน่อย ผลจะออกมา แพ้ ชนะ เสมอ ก็ไม่ซีเรียส จบเกมเราเป็นฝ่ายแพ้ แต่เชื่อไหมว่าพี่ไม่เครียดเลย ขับรถ กทม. แบบมีความสุขอยู่คนเดียว โอโห้ นัดแรก กูได้ขนาดนี้เลยหรอวะ เพราะทีมของเราทำได้ดีแล้ว และรู้ด้วยว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ”

“ด้วยความที่เป็นเรา เราพยายามหล่อหลอมทีมให้เป็นหนึ่งเดียว ผมไม่เคยตีค่านักเตะว่า ใครเป็นเกรดเอ เกรดบี หน้าที่ของเราคือ สร้างนักฟุตบอลให้มีคุณภาพ สู้กับพวกทีมยักษ์ใหญ่ ที่มีนักเตะชื่อดังให้ได้ หากเขาสามารถพัฒนาตัวเองไปถึงขั้นนั้นได้ ก็ถือเป็นการยกระดับ สร้างมูลค่าให้กับตัวของนักฟุตบอลเอง เมื่อนักบอลพัฒนา ทีมก็จะได้พัฒนาตามไปด้วย”

“ดังนั้น ถ้าคุณเป็นทีมเงินน้อย คุณต้องใช้ระบบ ความเอาใจใส่ในรายละเอียด เข้าสู้“

ทว่าด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้เขาไม่อาจพาทีมไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ และถูกปลดออกจากตำแหน่งกลางคัน แต่กระนั้นประตูบานใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็เปิดรับเขานั่นคือการถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติไทยในยุค มิโลวาน ราเยวัช นั่นเอง

ลมหายใจคือฟุตบอล

24 ชั่วโมงต่อ 1 วัน คุณใช้เวลากับฟุตบอลมาขนาดไหน

“ก็น่าจะทั้งวันนะ เพราะแม้กระทั่งเวลาอยู่เฉยๆ ในหัวก็คิดถึงเรื่องฟุตบอล ตื่นมาตอนเช้า 4-5 ชั่วโมง มาสอนฟุตบอลเด็กที่เป็นการต่อยอดจากการทำทีมเยาวชน ซุปเปอร์พาวเวอร์ฯ ที่เราเอาเด็กไม่มีเกรด มาพัฒนาจนเขาสามารถแข่งขันกับ ทีมโรงเรียนดังๆระดับประเทศได้ “

“ถ้าวันไหนผลงานไม่ดี ก็จะมานั่งย้อนดูเทปว่า ทำไมจังหวะนั้น นักบอลไม่ทำแบบนี้ ทำไมเราไม่สอนเด็กให้เล่นตามแบบนี้ ตกเย็น ลงทำการฝึกซ้อมอีก 2 ชั่วโมง วางโปรแกรมฝึกซ้อม”

“เรารู้ว่าฟุตบอลมันไม่เคยหยุดนิ่ง ถ้าเราหยุดเมื่อไหร่ก็คือจบ เมื่อเลือกเดินสายโค้ชแล้ว เราต้องแสวงหาความรู้ หาวิธีการฝึกซ้อมใหม่ๆ เพื่อไม่ให้เด็กเบื่อ แต่วัตถุประสงค์ต้องไม่เปลี่ยนไป”

นอกสนามฟุตบอล ของโค้ชโต่ย เขาไม่ได้อยู่ด้วยกันกับครอบครัว (แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาหย่าร้างนะ) เนื่องจากเขาต้องทำหน้าที่เป็นเฮดโค้ชในกรุงเทพฯ ส่วน ภรรยา ทำงานเป็นอาจารย์ เช่นเดียวกับ ลูกชาย 2 คน (คนโตอายุ 14 ปี คนรองอายุ 11 ปี) ที่กำลังศึกษาอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม

“ถ้าถามเรื่องไลฟ์สไตล์พี่เหรอ ชอบอะไรนะเหร่อ? อื้มม ถ้าไม่ใช่ฟุตบอลก็นึกไม่ออกเลยว่าตัวเองชอบอะไรอย่างอื่นด้วย อย่างเวลาว่างช่วงปิดฤดูกาล หรือพักเบรกจากฟุตบอล กลับไปที่จังหวัดมหาสารคาม ก็ต้องไปสอนฟุตบอลเด็ก จนครอบครัวถามว่า เมื่อไหร่เราจะได้ไปเที่ยวกัน คือพี่ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน เพราะชีวิตอยู่แต่กับฟุตบอล”

“บางทีเคยตั้งใจนะ อยากไปพักผ่อน 4-5 วัน ปิดโทรศัพท์ ไม่ต้องคิดเรื่องฟุตบอล แต่ไม่นาน ก็กลับมาคิดเรื่องฟุตบอลอีกแล้ว จนภรรยาถามว่า “อ้าว ไหนบอกจะไม่คิดเรื่องฟุตบอล” เราก็ต้องบอกว่า ต้องคิดสิ มันหยุดไม่ได้ ไม่งั้นไม่ต่อเนื่อง”

“ก่อนหน้านี้เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะเลิกทำฟุตบอลอาชีพ ufabet เพราะเราอยากทำฟุตบอลเยาวชนมากกว่า แต่ก็มีคนบอก อุตส่าห์มาถึงขนาดนี้แล้ว จะรีบเลิกทำไม ตอนนี้คิดว่าคงทำฟุตบอลอาชีพไปก่อน”

“อย่างการสอนบอลเด็ก เป็นงานที่เหนื่อยตอนสอน ถ้าเขามีปัญหาเรื่องการยิงประตู เราก็แก้ที่ตัวเด็กได้เลย พอเห็นเขาพัฒนา เราก็มีความสุข แต่การทำทีมฟุตบอลอาชีพ มีความสนุก สนุก ท้าทาย แต่กลับมาก็ยังเครียดอยู่ เพราะต้องคิดช็อตต่อไป แมตช์ข้างหน้าว่า เราจะทำอะไรบ้าง เจอทีมนี้เราจะสู้อย่างไร ซึ่งมันแตกต่างกัน เหนื่อยคนละแบบ”

“แต่ยังไงซะ ชีวิตนี้ก็คงทิ้งฟุตบอลไม่ได้ คงทำฟุตบอลต่อไป จนกว่าไม่มีแรงกันไปข้าง (หัวเราะ)”

จนถึงเวลานี้เส้นทางของโค้ชโต่ยมาไกลกว่าคำว่าการทำฟุตบอลอาชีพ เพราะเขาคือคนที่ต้องแบกความหวังอันเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลในบทบาทรักษาการเฮดโค้ชทีมชาติไทย ที่จะต้องพาทีมทำผลงานอีกสองนัดที่เหลือให้ดีที่สุดเพื่อโอกาสเข้ารอบต่อไปของศึกเอเชียนคัพ 2019

และไม่ใช่แค่แบกรับความหวังของคนไทยทั่วประเทศเท่านั้น แต่มันเป็นสิ่งที่เกินความฝันของคนทำฟุตบอลชาวไทยคนหนึ่งด้วย…


ขับเคลื่อนโดยUFABET

ufabetwinตำนานไทยลีกที่เคยถูกดุงก้าเรียกติดทีมบราซิลชุดโอลิมปิกส์


ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

ufabetwinนี่ คือ กองหน้าไทยลีกที่ยามแฟนบอลในภูมิภาคอาเซียนดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์แล้ว อาจรู้สึกได้ว่า… เขาเหมือนกับพวกตัวอิดิทในเกม PES (Pro Evolution) ชัดๆ เพราะเขาเก่งเกินกองหลังเมืองไทย จะรับมือได้จริงๆ…


เขาคือนักเตะที่สามารถยิงได้ถึง 33 ประตูในฤดูกาลแรกที่ย้ายมาค้าแข้งเมืองไทย เมื่อฤดูกาล 2015 พร้อมหอบความสำเร็จมากมายมาสู่สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตลอด 4 ปีที่เขาสวมยูนิฟอร์ม “ปราสาทสายฟ้า”

และนี่คือเรื่องราวของเขาที่ โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ได้เจาะลึกชีวิตดาวเตะรายนี้ก่อนที่เขาจะอำลาลีกเมืองไทยไปแบบตำนาน

แข้งประวัติศาสตร์ปอร์ตูเกซ่า

ชีวิตของ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต แตกต่างจากพล็อตภาพยนตร์หนังชีวิตนักเตะบราซิเลี่ยนเล็กน้อย แม้ว่าสูญเสียคุณพ่อไปตั้งแต่เด็ก แต่ครอบครัวเขาก็อบอุ่น โอเคล่ะ! ไม่ถึงกับร่ำรวย แต่ก็มีฐานะพออยู่พอกิน เขาเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนจนถึงอายุ 13 ปี ก็มีโอกาสได้เข้าทีมอะคาเดมี่ของ ปอร์ตูเกซ่า (Portuguesa) ทีมชั้นนำแถวบ้าน

“จริงๆ มีหลายสโมสรติดต่อผมเข้ามา แต่ผมเลือกย้ายไปอยู่ที่นั่น (ปอร์ตูเกซ่า) เพราะ…เพื่อนเยอะ (ฮา)” ดิโอโก เริ่มเล่าเรื่องของเขาในวัยเด็ก ซึ่งเขาก็เล่นฟุตบอลกับที่ปอร์ตูเกซ่า ไปแบบเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มีจุดหมายอะไรชัดเจน จนถึงทางเลือกชีวิตเข้า “ตอนสักอายุ 16 ปี ผมอยู่ในจุดที่ต้องเลือกเส้นทางเดินของชีวิต ว่าจะไปเอาดีทางด้านไหน จะมุ่งหน้าสู่การเป็นนักเตะอาชีพที่สร้างเงินได้ หรือ จะเปลี่ยนสายอาชีพการงาน…”

ufabetwin

 

“ในแง่ของการเล่นฟุตบอลนั้น บางคนบอกว่าอยากเล่นฟุตบอลเพื่อมีเงิน แต่สำหรับตัวผม มัน คือ ความฝันที่จะได้เล่นฟุตบอลอาชีพ และผมก็ต้องซื่อตรงกับความฝันของตัวเอง มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการตัดสินใจของชีวิตผมมากๆ”

“ปอร์ตูเกซ่า เหมือนกับบ้านของผม มันอยู่ในเซา เปาโล บ้านเกิด และมันก็เป็นสโมสรแรกของผม สมัยนั้นตอนผมเข้าไปอยู่กับทีมเยาวชนใหม่ๆ นักเตะอย่าง ริคาร์โด โอลิเวียร่า (อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล ของเอซี มิลาน, เรอัล เบติส และ บาเลนเซีย) ยังเล่นอยู่เลย ซึ่งต่อมา ผมก็เคยได้มีโอกาสลงซ้อมเคียงข้างเขาเหมือนกัน รวมถึง เซ มาเรีย (อดีตแบ็คขวาทีมชาติบราซิล ที่เคยโด่งดังในเซเรียอา อิตาลี) ยุคที่เขากลับมาเล่นกับufabetwin ปอร์ตูเกซ่า รอบ 2 ผมก็ได้มีโอกาสลงเล่นกับเขาเช่นกัน”

ปีแรกที่เขาลงเล่นอาชีพ เมื่อตอนอายุ 18 ปี ผลงานของ ดิโอโก ใช้ได้ทีเดียวไป 5 – 6 ลูก ส่วนปีที่ 2 ยิงไปกว่า 30 ประตู รวมทุกรายการ และปีที่ 3 หลังผ่านไปครึ่งปีเขาได้ย้ายไปกรีซ


กองหน้าแห่งทีมดังแดนเทพนิยาย

โอลิมเปียกอส ส่งแมวมองมาดูดิโอโก หลุยส์ ซานโต ถึงบราซิล (หนึ่งในทีมงานนั้นมี โบซิดาร์ บันโดวิช ซึ่งในเวลาต่อมาได้ก้าวขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชของโอลิมเปียกอส) ก่อนตัดสินใจรายงานไปยังสโมสรว่าพวกเขาสามารถสร้างความคุ้มค่าจากการดึงตัวกองหน้าดาวรุ่งวัย 21 ปีขณะนั้นไปโลดแล่นในยุโรปแค่ไหน ในที่สุดดีลนี้ก็ลุล่วง โอลิมเปียกอสซื้อ ดิโอโก ไปด้วยราคา 10 ล้านยูโร มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ขายนักเตะได้

“มันเป็นการย้ายทีมครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร โอลิมเปียกอส ยื่นข้อเสนอ 10 ล้านยูโร มาให้กับ ปอร์ตูเกซ่า มันเป็นข้อเสนอที่แพงที่สุดเท่าที่สโมสรเคยได้รับ” ดิโอโก ย้อนอดีตถึงการถูกซื้อตัวเมื่อหลายปีก่อน เมื่อกลางฤดูกาล 2008 / 2009

“จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีดีลไหนจากยุโรปที่ซื้อนักเตะจากปอร์ตูเกซ่าแพงเท่าผมเลย…แน่นอนว่าผมมีความฝันที่จะเล่นในยุโรปอยู่แล้ว มันเป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับสิ่งที่ต้องการ ผมอยากเล่นที่ยุโรปมากๆ ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของเรามันสั้นนัก และที่สำคัญ คือ โอลิมเปียกอส ก็โลดแล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างสม่ำเสมอ มันเป็นเวทีที่รวมแข้งระดับโลกมากมาย โรนัลโด้ ไอดอลของผมก็เคยลงเล่นที่นี่ มันเป็นโอกาสที่ดีของผมที่จะก้าวหน้าในวิถีอาชีพค้าแข้ง”

ufabetwin

 

โอลิมเปียกอส มีนักเตะอย่าง อันโตนิส นิโคโปลิดิส ผู้รักษาประตูเป็นกัปตันทีม, อัฟราม ปาปาโดปูลอส, แมตต์ ดาร์บี้เชียร์ (อดีตนักเตะแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส) ยุคนั้นพวกเขานับเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากๆ ทีมหนึ่งในยุโรป และได้ลงเล่นในรายการยักษ์ใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

“ใช่ ผมมีผลงานที่ใช้ได้ในปีแรก มันเป็นปีที่ผมประทับใจมากที่สุด” ดิโอโก เริ่มเล่าถึงผลงานของเขากับโอลิมเปียกอส “ผมยิง 6 ประตูในลีกจาก 26 นัด และยิงไป 5 ประตูจาก 8 นัด ในยูโรป้า ลีก หนึ่งในนั้น คือ การยิง 2 ประตูใส่เบนฟิก้า (ที่ยุคนั้นมี ดาวิด ลุยซ์ กองหลังทีมชาติบราซิล ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ) และยิงใส่ แฮร์ธา เบอร์ลิน ด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่ดีในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ และปีนั้นเราก็คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ทำให้ปีต่อมาได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง… การเป็นนักฟุตบอลแล้วได้ลงเล่นในรายการนี้ มันไม่ต่างจากได้เล่นฟุตบอลโลกสักเท่าไหร่เลย”

โดยแมตช์ที่ประทับใจที่สุดของเขาในศึก “บิ๊กเอียร์” คือ เกมที่พบกับอาร์เซน่อล “ตอนนั้นอาร์เซน่อลเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากๆ เราไปเล่นกันที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน พวกเขามีนักเตะระดับโลกมากมาย (เชส ฟาเบรกาส, โรบิน ฟาน เพอร์ซี, อังเดร อาร์ชาวิน, โธมัส โรซิคกี้, วิลเลี่ยมส์ กัลลาส) เกมนั้นผมลงเล่นเป็นตัวจริง แต่สุดท้ายเราแพ้ไป 0 – 2” การลงเล่นในรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงการติดทีมชาติบราซิล แต่ทว่าหากเล่าย้อนไปสักหน่อย เขาเคยเกือบติดทีมชุดโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่ปักกิ่ง แล้ว โชคร้ายที่เขาได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก จนหลุดจากการตัดตัวครั้งสุดท้ายไป (บราซิล ชุดโอลิมปิก ปีนั้น นำทีมโดย โรนัลดินโญ่ กัปตันทีม, อเล็กซานโดร ปาโต้ เป็นกองหน้า, มารเซโล และ ติอาโก้ ซิลวา เป็นกองหลัง)


กลับบ้านเกิด

ปีต่อๆ มาดิโอโก หลุยส์ ซานโต ทำผลงานกับโอลิมเปียกอส ได้ไม่สม่ำเสมอเท่าปีแรก และมีปัยหาอาการบาดเจ็บจุกจิกบ่อยครั้ง เขาถูกปล่อยกลับไปยังบราซิลให้ฟลาเมงโกยืมตัวเมื่อปี 2010 เช่นเดียวกับปี 2011 ที่เขาถูกส่งตัวให้กับ ซานโต๊ส ที่มีเนย์มาร์ นำทัพยืมตัว โดยปีนั้นพวกเขาช่วยกันพาซานโต๊ส ทะลุเข้าชิงฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่ญี่ปุ่นก่อนแพ้ บาร์เซโลน่า 0 – 4 ในนัดชิง อย่างไรก็ตามเวทีลูกหนังที่ยุโรปของเขาเริ่มไม่สวย

เขากลับปอร์ตูเกซ่า ทีมที่เปรียบเสมือนบ้านของเขาอีกครั้ง เมื่อปี 2013

“ปอร์ตูเกซ่า คือ บ้านของผม…บางครั้งชีวิตของคนเราต้องเลือกที่จะเดินถอยหลังกลับไป เพื่อเดินก้าวไปข้างหน้าใหม่อีกครั้ง มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง” ใช่…เขาคิดถูกทีเดียว เพราะ ดิโอโก เริ่มกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งกับต้นสังกัดแรกในชีวิตค้าแข้ง ทำให้ฤดูกาลต่อมา เขาได้ร่วมทีมพัลไมรัส ทีมโปรดในดวงใจตั้งแต่เด็ก

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้เป็นซุเปอร์สตาร์ผู้โด่งดังในบราซิลแต่อย่างใด…แน่ล่ะ มัน คือ ดินแดนที่เต็มไปด้วยชื่อเสียงของนักฟุตบอลระดับโลกที่ปกคลุมอยู่มากมาย นั่นทำให้เขาตัดสินใจเดินทางสู่ความท้าทายใหม่ เมื่อปี 2015 หลังได้รับข้อเสนอจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


ทวีปที่ 3  

“คุณต้องเข้านะว่า นักฟุตบอลทั่วโลก ต้องการความท้าทายใหม่อยู่เสมอ” ดิโอโก พูดถึงการย้ายมาเมืองไทยกับโฟร์โฟร์ทู ซึ่งนับเป็นทวีปที่ 3 ที่เขาค้าแข้งต่อจากอเมริกาใต้ และยุโรป

“ผมเห็นว่าบุรีรัมย์ เป็นยักษ์ใหญ่ของที่นี่ และมีโครงสร้างพื้นฐานของความเป็นสโมสรฟุตบอลที่ดีมากๆ ในทุกๆอย่าง… นั่น คือ ความประทับใจแรกของผมกับที่นี่ และสิ่งที่สำคัญ คือ บุรีรัมย์ ได้โลดแล่นในเวทีระดับเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งก็เหมือนกับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ โกปา ลิเบร์ตาดอเรส ซึ่งผมเคยผ่านมาแล้วทั้ง 2 ทวีป ซึ่งการที่ผมมาที่นี่ มันจะทำให้ผมสัมผัสรายการใหญ่ที่สุดของ 3 ทวีปทั่วโลกเลยทีเดียว… จริงๆ ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองไทยเลย แต่การได้เห็นแฟนบอลเข้ามาชมเกมมากมายขนาดนี้ คือ สิ่งที่ผมประทับใจ นักฟุตบอลทุกคนมีความสุขเมื่อได้เห็นแฟนบอลเข้ามาเต็มความจุของสนาม และฟุตบอลไทยก็ได้สร้างความประหลาดใจให้ผมเพิ่มขึ้นๆทุกวัน”

ปีแรก ดิโอโก ซัดไป 33 ประตูในลีก และ 12 ประตูในฟุตบอลถ้วย รวมทุกรายการซัดไป 45 ลูก เขาเปรียบเสมือนตัวอิดิทในวิดีโอเกมสำหรับไทยลีก ปีที่ 2 แม้จะได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนชวดลงสนามยาวร่วม 4 เดือน แต่เมื่อกลับมา เขายังแสดงให้เห็นถึงคลาสที่สุดยอด โดยยิงได้อีก 11 ประตู จาก 15 ประตูรวมทุกรายการ และหากนับแค่สถิติการถล่มตาข่ายก็เพียงพอจะบอกแล้วว่าเขายอดเยี่ยมแค่ไหน และนั่นยังทำให้เขาเข้าใกล้คำว่าตำนานไทยลีกไปทุกขณะ…

ดิโอโก้ รักษามาตรฐานของตัวเองได้ดีเยี่ยม เขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งตัวจบสกอร์ และคนที่คอยซัพพอร์ตเพื่อนร่วมทีมพร้อมโกยความสำเร็จมาสู่สโมสรมากมาย ซึ่งฤดูกาลล่าสุดเขามีส่วนสำคัญช่วย “ปราสาทสายฟ้า” ครองแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ พาสโมสรเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในลีกสูงสุดของไทยอีกครั้ง

นักเตะที่ยิงครบ 100 ประตูเร็วที่สุด ทำแฮตทริกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยลีก(8 ครั้ง) ยิงประตูต่อเนื่องนานสุด และเป็นคนเดียวที่สามารถยิงคู่แข่งได้ครบทุกทีมยิ่งไปกว่านั้นเขาคือนักเตะต่างชาติคนเดียวที่ยิง 100 ประตู กับการเล่นให้สโมสรเดียวเท่านั้น… นี่คือสิ่งที่ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ทำได้ตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เขาไม่ได้เพียงนำความสำเร็จมาสู่สโมสรอย่างเดียว หากแต่ยังสร้างเกียรติยศให้ตัวเอง และสร้างสถิติใหม่ในวงการลูกหนังเมืองไทยมากมาย

…ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากลายเป็นนักเตะระดับตำนานไทยลีกอย่างแท้จริง

“ผมมีความสุขกับ 102 ประตูที่ทำได้ ผมอยากกล่าวขอบคุณไปยัง ประธานสโมสร (เนวิน ชิดชอบ) ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช, เพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ผมเคยเล่นด้วย ฟุตบอลนั้นเล่นเป็นทีม ผมคงไม่สามารถทำสถิตินี้ได้ ufabet หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากที่ดีจากทุกๆคน และท้ายที่สุดก็คือแฟนบอลของผม ผมอยากจะขอบคุณแรงใจจากทุกคน” ดิโอโก้ กล่าวเอาไว้ในวันที่เขายิงทะลุ 100 ประตูได้สำเร็จ

ทว่า 22 ธันวาคม 2018 คือวันสุดท้ายที่แฟนบอล “ปราสาทสายฟ้า” ได้เห็นเขาลงเล่นในสีเสื้อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเกมกระชับมิตรกับสโมสรปัตตานี เอฟซี เมื่อมีข่าวลือหนาหูว่าเจ้าตัวกำลังจะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ในต่างแดน โดยในงานปีใหม่ที่สโมสรจัดขึ้นเขาไม่ได้มาปรากฏตัวบนเวลาที ก่อนจะมีข่าวว่าได้จรดปากกาเซ็นสัญญากับ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม แชมป์มาเลเซีย ซูเปอร์ ลีก 5 สมัยไปเรียบร้อย

เช้าวันที่ 3 มกราคม 2019 สิ่งที่แฟนบอล “ปราสาทสายฟ้า” ไม่อยากให้เป็นจริงก็เกิดขึ้นเมื่อเพจอย่างเป็นทางการของยะโฮร์ เผยว่าได้คว้าตัว ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ไปร่วมทัพเป็นที่เรียบร้อยด้วยค่าตัว 50 ล้านบาทเป็นอันปิดฉากชีวิต 4 ปีที่ บุรีรัมย์ ลงในที่สุด

ดิโอโก้ บอกลาไทยลีกด้วยสถิติที่น้อยคนจะทำได้อย่างเขาไม่ใช่แค่เรื่องยิงประตู แต่ยังรวมถึงสถิติการคว้าแชมป์อื่นๆที่เขาลงเล่นไป 159 นัดยิงไป 132 ประตู 45 แอสซิสต์ 9 แฮตทริค คว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 3 สมัย, ช้าง เอฟเอ คัพ 1 สมัย, โตโยต้า ลักคัพ 1 สมัย, ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนคัพ (ถ้วยก.) 2 สมัย, แม่โขง คลับ 2 สมัย และ โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ 1 สมัย รวมทั้งหมด 11 แชมป์ ซึ่งถือเป็นการปิดตำนานในการค้าแข้งเมืองไทยลงอย่างสมบูรณ์แบบ และสร้างสิ่งที่จะทำให้แฟนบอล บุรีรัมย์ รวมถึงแฟนบอลทีมอื่นจดจำเขาได้ไปอีกนานแสนนาน


Powered by UFABET

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน